ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของไม้ดอกไม้ประดับ
ไม้ดอกไม้ประดับจะเจริญเติบโต
แข็งแรง สมบูรณ์ และสวยงามดีนั้น ผู้ปลูกควรจะต้องทราบถึงปัจจัยสำคัญต่างๆ
ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของไม้ดอกไม้ประดับ ดังนี้
1.แสง
แสงเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อพืชเป็นอย่างมาก เพราะพืชต้องการแสงเพื่อนำไปใช้ในขบวนการสังเคราะห์แสง
พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับแต่ละชนิดต้องการความเข้มของแสงไม่เท่ากัน จึงสามารถแบ่งไม้ดอกไม้ประดับ ออกได้ตามความต้องการ
ของแสงคือ กลุ่มที่ต้องการแสงน้อย ต้องการแสงปานกลางหรือรำไร และต้องการแสงมาก ดังนั้น
ควรศึกษาถึงปริมาณของแสงที่พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับแต่ละชนิดต้องการเพื่อจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับพันธุ์ไม้แต่ละชนิด
2.น้ำและความชื้น
พืชมีความจำเป็นต้องใช้น้ำในขบวนการสังเคราะห์แสงทำให้เซลล์เต่งตึง และยังเป็นตัวละลายแร่ธาตุต่างๆ ก่อนที่จะลำเลียงเข้าสู่ต้นพืช
พันธุ์ไม้แต่ละชนิดต้องการน้ำในปริมาณที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับขนาดและอายุของพืช สำหรับความชื้นในอากาศเป็นปัจจัยทางอ้อม
ที่มีผลต่อปริมาณความต้องการน้ำของพืช ถ้าความชื้นในอากาศต่ำพืชก็คายน้ำมากขึ้นทำให้พืชต้องการน้ำเพื่อชดเชยปริมาณน้ำที่
สูญเสียไป
3.อุณหภูมิ
อุณหภูมิเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช พืชจะเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิที่เหมาะสมกับต้นไม้
แต่ละชนิด อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญของพืชอยู่ในช่วง 15-40 องศาเซลเซียส ดังนั้นการนำพันธุ์ไม้มาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ
จะต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิที่พืชเหล่านั้นต้องการ
4.ธาตุอาหาร
ธาตุอาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของพืช ซึ่งส่วนใหญ่มาจากดิน
แต่ในดินบางชนิดมีปริมาณธาตุอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของพืชจำเป็นต้องใส่ปุ๋ยเพิ่มลงไป
โดยเฉพาะปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลัก คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียม ซึ่งควรจะพิจารณาและเลือกใช้ให้เหมาะสม
กับสภาพของพันธุ์ไม้และดิน
5.ดิน
ดินที่มีความเหมาะสมในการปลูกพืชต้องเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง มีธาตุอาหารที่พืชต้องการอยู่อย่างครบถ้วน
แต่ดินที่มีความสมบูรณ์ จากธรรมชาติหาได้ยาก จึงต้องเพิ่มธาตุอาหารหรืออินทรียวัตถุต่างๆ ลงไป เพื่อปรับสภาพโครงสร้างของ
ดินให้เหมาะสมกับการปลูกพืช และการเจริญเติบโตของพืชแต่ละชนิด โดยดินที่ใช้ปลูกพืชที่ดีควรมีคุณสมบัติ คือ
มีความหนาแน่นและความละเอียดของเนื้อดินพอเหมาะในการยึดต้นไม้ มีการระบายน้ำและถ่ายเทอากาศและเก็บความชื้นได้ดี
มีธาตุอาหารเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืช
ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของไม้ดอกไม้ประดับ ดังนี้
1.แสง
แสงเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อพืชเป็นอย่างมาก เพราะพืชต้องการแสงเพื่อนำไปใช้ในขบวนการสังเคราะห์แสง
พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับแต่ละชนิดต้องการความเข้มของแสงไม่เท่ากัน จึงสามารถแบ่งไม้ดอกไม้ประดับ ออกได้ตามความต้องการ
ของแสงคือ กลุ่มที่ต้องการแสงน้อย ต้องการแสงปานกลางหรือรำไร และต้องการแสงมาก ดังนั้น
ควรศึกษาถึงปริมาณของแสงที่พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับแต่ละชนิดต้องการเพื่อจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับพันธุ์ไม้แต่ละชนิด
2.น้ำและความชื้น
พืชมีความจำเป็นต้องใช้น้ำในขบวนการสังเคราะห์แสงทำให้เซลล์เต่งตึง และยังเป็นตัวละลายแร่ธาตุต่างๆ ก่อนที่จะลำเลียงเข้าสู่ต้นพืช
พันธุ์ไม้แต่ละชนิดต้องการน้ำในปริมาณที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับขนาดและอายุของพืช สำหรับความชื้นในอากาศเป็นปัจจัยทางอ้อม
ที่มีผลต่อปริมาณความต้องการน้ำของพืช ถ้าความชื้นในอากาศต่ำพืชก็คายน้ำมากขึ้นทำให้พืชต้องการน้ำเพื่อชดเชยปริมาณน้ำที่
สูญเสียไป
3.อุณหภูมิ
อุณหภูมิเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช พืชจะเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิที่เหมาะสมกับต้นไม้
แต่ละชนิด อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญของพืชอยู่ในช่วง 15-40 องศาเซลเซียส ดังนั้นการนำพันธุ์ไม้มาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ
จะต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิที่พืชเหล่านั้นต้องการ
4.ธาตุอาหาร
ธาตุอาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของพืช ซึ่งส่วนใหญ่มาจากดิน
แต่ในดินบางชนิดมีปริมาณธาตุอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของพืชจำเป็นต้องใส่ปุ๋ยเพิ่มลงไป
โดยเฉพาะปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลัก คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียม ซึ่งควรจะพิจารณาและเลือกใช้ให้เหมาะสม
กับสภาพของพันธุ์ไม้และดิน
5.ดิน
ดินที่มีความเหมาะสมในการปลูกพืชต้องเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง มีธาตุอาหารที่พืชต้องการอยู่อย่างครบถ้วน
แต่ดินที่มีความสมบูรณ์ จากธรรมชาติหาได้ยาก จึงต้องเพิ่มธาตุอาหารหรืออินทรียวัตถุต่างๆ ลงไป เพื่อปรับสภาพโครงสร้างของ
ดินให้เหมาะสมกับการปลูกพืช และการเจริญเติบโตของพืชแต่ละชนิด โดยดินที่ใช้ปลูกพืชที่ดีควรมีคุณสมบัติ คือ
มีความหนาแน่นและความละเอียดของเนื้อดินพอเหมาะในการยึดต้นไม้ มีการระบายน้ำและถ่ายเทอากาศและเก็บความชื้นได้ดี
มีธาตุอาหารเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืช
ยกตัวอย่างการบำรุงดาวเรืองให้มีผลผลิตเป็นไปตามความต้องการ
ดอกสวยใหญ่ ลำต้นแข็งแรง
ดาวเรือง เป็นไม้ดอกที่คนไทยนิยมปลูกกันมาก
เนื่องจากปลูกง่าย งอกเร็ว ต้นโตเร็ว และแข็งแรงไม่ค่อยมีโรคหรือแมลงรบกวน
ให้ดอกเร็ว ดอกดก มีหลายชนิดและหลายสี สีสันสดใส บานทนนานหลายวัน ให้ดอกในระยะเวลาสั้น คือ ประมาณ 60-70 วันหลังปลูก
ดังนั้นในการปลูกดาวเรืองสามารถกำหนดระยะเวลาการออกดอกให้ตรงกับเทศกาลสำคัญได้ จึงมีผู้นิยมปลูกมาก และใช้ดาวเรืองกันมาก
นอกจากนี้ยังสามารถปลูกได้ตลอดปี และปลูกได้ทุกจังหวัดในประเทศไทย
ให้ดอกเร็ว ดอกดก มีหลายชนิดและหลายสี สีสันสดใส บานทนนานหลายวัน ให้ดอกในระยะเวลาสั้น คือ ประมาณ 60-70 วันหลังปลูก
ดังนั้นในการปลูกดาวเรืองสามารถกำหนดระยะเวลาการออกดอกให้ตรงกับเทศกาลสำคัญได้ จึงมีผู้นิยมปลูกมาก และใช้ดาวเรืองกันมาก
นอกจากนี้ยังสามารถปลูกได้ตลอดปี และปลูกได้ทุกจังหวัดในประเทศไทย
ดาวเรืองที่ปลูกกันอยู่โดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่
ๆ คือ
1. ดาวเรืองอเมริกันเป็นดาวเรืองที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปอเมริกา
ดอกสีเหลือง ส้ม ทอง และขาว กลีบ ดอกซ้อนกันแน่น ดอกมีขนาดใหญ่ประมาณ 3-4 นิ้ว
ดาวเรืองชนิดนี้มีหลายพันธุ์ ได้แก่
พันธุ์เตี้ย สูงประมาณ 10-14 นิ้ว ได้แก่ พันธุ์ปาปาย่า,ไพน์แอปเปิล,ปัมพ์กิน เป็นต้น
1. ดาวเรืองอเมริกันเป็นดาวเรืองที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปอเมริกา
ดอกสีเหลือง ส้ม ทอง และขาว กลีบ ดอกซ้อนกันแน่น ดอกมีขนาดใหญ่ประมาณ 3-4 นิ้ว
ดาวเรืองชนิดนี้มีหลายพันธุ์ ได้แก่
พันธุ์เตี้ย สูงประมาณ 10-14 นิ้ว ได้แก่ พันธุ์ปาปาย่า,ไพน์แอปเปิล,ปัมพ์กิน เป็นต้น
พันธุ์สูงปานกลาง สูงประมาณ 14-16
นิ้ว ได้แก่ พันธุ์อะพอลโล,ไวกิ่ง,มูนช๊อต เป็นต้น
พันธุ์สูง สูงประมาณ 16-36 นิ้ว ได้แก่ พันธุ์ดับเบิล อีเกิล, ดับบลูน, ซอฟเวอร์เรน เป็นต้น
2. ดาวเรืองฝรั่งเศส ดาวเรืองฝรั่งเศสเป็นดาวเรืองต้นเล็ก ต้นเป็นพุ่มเตี้ย ๆ ดอกสีเหลือง ส้ม ทอง น้ำตาลอมแดง
และสีแดง ดอกมีขนาดเล็กประมาณ 1.5 นิ้ว นิยมปลูกประดับในแปลงมากกว่าปลูกเพื่อตัดดอก เพราะก้านดอกสั้น
ตัวอย่างดาวเรืองฝรั่งเศส ได้แก่
พันธุ์ดอกชั้นเดียว ดอกมีขนาด 1.5-2 นิ้ว ได้แก่ พันธุ์เรด มาเรตต้า,นอธตี้ มาเรตต้า,เอสปานา,ลีโอปาร์ด เป็นต้น
พันธุ์ดอกซ้อน ดอกมีขนาดตั้งแต่ 1.5-3 นิ้ว ได้แก่ พันธุ์ควีน โซเฟีย, สการ์เลต โซเฟีย,โกลเด้น เกต เป็นต้น
พันธุ์สูง สูงประมาณ 16-36 นิ้ว ได้แก่ พันธุ์ดับเบิล อีเกิล, ดับบลูน, ซอฟเวอร์เรน เป็นต้น
2. ดาวเรืองฝรั่งเศส ดาวเรืองฝรั่งเศสเป็นดาวเรืองต้นเล็ก ต้นเป็นพุ่มเตี้ย ๆ ดอกสีเหลือง ส้ม ทอง น้ำตาลอมแดง
และสีแดง ดอกมีขนาดเล็กประมาณ 1.5 นิ้ว นิยมปลูกประดับในแปลงมากกว่าปลูกเพื่อตัดดอก เพราะก้านดอกสั้น
ตัวอย่างดาวเรืองฝรั่งเศส ได้แก่
พันธุ์ดอกชั้นเดียว ดอกมีขนาด 1.5-2 นิ้ว ได้แก่ พันธุ์เรด มาเรตต้า,นอธตี้ มาเรตต้า,เอสปานา,ลีโอปาร์ด เป็นต้น
พันธุ์ดอกซ้อน ดอกมีขนาดตั้งแต่ 1.5-3 นิ้ว ได้แก่ พันธุ์ควีน โซเฟีย, สการ์เลต โซเฟีย,โกลเด้น เกต เป็นต้น
3.
ดาวเรืองพันธุ์ลูกผสม เป็นดาวเรืองลูกผสมระหว่างดาวเรืองอเมริกันและดาวเรืองฝรั่งเศส
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำลักษณะความแข็งแรง ดอกใหญ่ และมีกลีบซ้อนมากของดาวเรืองอเมริกัน
รวมเข้ากับลักษณะต้นเตี้ยทรงพุ่มกะทัดรัดของดาวเรืองฝรั่งเศส ดาวเรืองลูกผสมให้ดอกเร็วมาก คือเพียง 5 สัปดาห์หลังจากเพาะเมล็ด
ดอกมีขนาด 2-3 นิ้ว ดอกดกและอยู่กับต้นได้ดี
ตัวอย่างดาวเรืองพันธ์ุลูกผสม ได้แก่
ดาวเรืองพันธ์ุลูกผสม ที่นิยมปลูกมีอยู่หลายพันธุ์ คือ พันธุ์นักเก็ต,ไฟร์เวิร์ก,เรด เซเว่น สตาร์และโชว์โบ๊ต เป็นต้น
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำลักษณะความแข็งแรง ดอกใหญ่ และมีกลีบซ้อนมากของดาวเรืองอเมริกัน
รวมเข้ากับลักษณะต้นเตี้ยทรงพุ่มกะทัดรัดของดาวเรืองฝรั่งเศส ดาวเรืองลูกผสมให้ดอกเร็วมาก คือเพียง 5 สัปดาห์หลังจากเพาะเมล็ด
ดอกมีขนาด 2-3 นิ้ว ดอกดกและอยู่กับต้นได้ดี
ตัวอย่างดาวเรืองพันธ์ุลูกผสม ได้แก่
ดาวเรืองพันธ์ุลูกผสม ที่นิยมปลูกมีอยู่หลายพันธุ์ คือ พันธุ์นักเก็ต,ไฟร์เวิร์ก,เรด เซเว่น สตาร์และโชว์โบ๊ต เป็นต้น
การดูแลและบำรุงรักษาไม้ดอกไม้ประดับ เช่น
ดาวเรือง กุหลาบ เป็นต้น
ทางเราขอนำเสนอปุ๋ย
สารอาหาร และฮอร์โมนสำหรับการบำรุงดาวเรือง คือ ชุด "ซุปเปอร์ฟลาวเวอร์สำหรับไม้ดอกไม้ประดับ"
ซึ่งในหนึ่งชุดจะมี 3 ขวดทำหน้าที่ต่างๆ กันในการบำรุงไม้ดอกไม้ประดับ ได้แก่
1. อีโค่บี สำหรับเพิ่มอาหาร น้ำตาล ปุ๋ย และอื่นๆ สำหรับการเจริญเติบโต และแข็งแรงของลำต้น
2. อีโค่พลัส สำหรับเพิ่มความแข็งแรงของใบ ดอกใหญ่สวย และช่วยให้ดอกอยู่นานไม่โรยเร็ว
3. พาราซอยล์ สำหรับปรับปรุงบำรุงดิน ช่วยปรับสภาพดินทำให้ดูดกินปุ๋ยได้ดี ช่วยปรับPHในดิน แก้ดินเปรี้ยว ดินเป็นกรด
ชุดไม้ดอกไม้ประดับนี้สามารถฉีดพ่นได้กับไม้ดอกไม้ประดับทุกชนิด โดยอัตราการใช้นั้นน้อยมากเพราะว่าเป็นสูตรเข้มข้น
ใช้เพียง 1 ซีซีต่อน้ำ 1 ลิตร หรือ 1 ฟอกกี้เท่านั้น จากนั้นฉีดพ่นทางใบสัปดาห์ละครั้ง ก็จะเห็นผลว่าไม้ดอกไม้ประดับคุณ
จะเติบโต ใบสวย รากงอกยาว ลำต้นสมบูรณ์ และดอกที่ออกมาจะสวยงาม สีสด และอยู่ได้นานไม่โรยเร็ว
ซึ่งในหนึ่งชุดจะมี 3 ขวดทำหน้าที่ต่างๆ กันในการบำรุงไม้ดอกไม้ประดับ ได้แก่
1. อีโค่บี สำหรับเพิ่มอาหาร น้ำตาล ปุ๋ย และอื่นๆ สำหรับการเจริญเติบโต และแข็งแรงของลำต้น
2. อีโค่พลัส สำหรับเพิ่มความแข็งแรงของใบ ดอกใหญ่สวย และช่วยให้ดอกอยู่นานไม่โรยเร็ว
3. พาราซอยล์ สำหรับปรับปรุงบำรุงดิน ช่วยปรับสภาพดินทำให้ดูดกินปุ๋ยได้ดี ช่วยปรับPHในดิน แก้ดินเปรี้ยว ดินเป็นกรด
ชุดไม้ดอกไม้ประดับนี้สามารถฉีดพ่นได้กับไม้ดอกไม้ประดับทุกชนิด โดยอัตราการใช้นั้นน้อยมากเพราะว่าเป็นสูตรเข้มข้น
ใช้เพียง 1 ซีซีต่อน้ำ 1 ลิตร หรือ 1 ฟอกกี้เท่านั้น จากนั้นฉีดพ่นทางใบสัปดาห์ละครั้ง ก็จะเห็นผลว่าไม้ดอกไม้ประดับคุณ
จะเติบโต ใบสวย รากงอกยาว ลำต้นสมบูรณ์ และดอกที่ออกมาจะสวยงาม สีสด และอยู่ได้นานไม่โรยเร็ว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น